คําถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับ Emborg

Emborg เป็นแบรนด์ของครอบครัวที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1947 ในยุโรป ด้วยความเป็นแบรนด์อาหารคุณภาพเยี่ยมของ Emborg คุณจะได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์อาหารที่อร่อย มีคุณภาพสูง เป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว และอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่เหมาะสม Emborg มีผลิตภัณฑ์หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นม เช่น วิปครีม เนย และชีส ไปจนถึงผักแช่แข็ง เช่น เฟรนช์ฟรายส์ และผักออร์แกนิก เรามุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงในทุกผลิตภัณฑ์ โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติความอร่อย เนื้อสัมผัส และรูปลักษณ์ที่น่ารับประทาน

ฉันจะติดต่อ Emborg ได้อย่างไร?

กรุณาติดต่อเราผ่านหน้าการติดต่อ โดยคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง

ผลิตภัณฑ์ของ Emborg มีจำหน่ายที่ไหน?

ผลิตภัณฑ์ของเราวางจำหน่ายทั่วโลก หากต้องการทราบว่าหาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใดใกล้คุณ กรุณาติดต่อเรา
สำหรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าที่มีในสต็อก กรุณาสอบถามซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุณเลือกโดยตรง เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสินค้าที่มีจำหน่ายในขณะนั้น

หากต้องการติดต่อเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการขายส่ง ต้องทำอย่างไร?

กรุณากรอกแบบฟอร์มติดต่อของเรา แล้วเราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ผลิตภัณฑ์ของคุณได้รับการรับรองฮาลาลหรือไม่?

เรารับรองสถานะฮาลาลของผลิตภัณฑ์ Emborg ในหลายรายการ โดยเราจะระบุสัญลักษณ์ฮาลาลที่ผ่านการรับรองไว้บนบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการรับรองฮาลาลจากองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและได้รับการรับรองจาก JAKIM รวมถึง Halal Quality Control (HQC), Halal Control (HC) และ Halal Food Council of Europe (HFCE)

ชีสมาจากไหน?

ชีสมาจากนม และเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้จากการแปรรูปนม เพื่อแยกส่วนที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว ชีสมีหลากหลายชนิด เนื่องจากแหล่งที่มาของนมต่างกัน (เช่น นมวัว นมแพะ นมแกะ หรือนมควาย) รวมถึงวิธีการทำชีสที่หลากหลาย ทำให้ได้ชีสที่มีรสชาติ เนื้อสัมผัส รูปร่าง และกลิ่นที่แตกต่างกันทั่วโลก

ชีสทำอย่างไร?

ชีสทำมาจากนม โดยเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้จากการทำให้โปรตีนในนมจับตัวกัน (การตกตะกอน) แล้วแยกเวย์ (ของเหลว) ออกจากเคิร์ด (ก้อนชีส) กระบวนการทำชีสมีหลายขั้นตอน ได้แก่:

  1. การเก็บนม: เริ่มต้นด้วยการรีดนมสดใหม่จากวัว แพะ หรือแกะ เป็นต้น
  2. การเติมแบคทีเรีย: เติมจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพลงในนม เพื่อช่วยให้นมกลายเป็นชีส
  3. การทำให้จับตัวเป็นก้อน (curdling): นมจะเริ่มข้นและจับตัวเป็นก้อนเคิร์ด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีส
  4. การแยกเวย์: แยกของเหลวที่เรียกว่าเวย์ออกจากเคิร์ด
  5. การขึ้นรูป: ใส่เคิร์ดลงในพิมพ์เพื่อ ให้ชีสมีรูปทรงตามต้องการ
  6. การบ่ม (aging): ชีสบางชนิดจะถูกบ่มเพื่อพัฒนารสชาติ และเนื้อสัมผัส ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหลายปี
  7. การรับประทาน: หลังจากการเฝ้ารอที่ยาวนาน ชีสก็พร้อมสำหรับการรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย!

สำหรับชนิดของนม วิธีการผลิต ระยะเวลาในการบ่ม และส่วนผสมหรือเทคนิคเพิ่มเติมที่ใช้ ล้วนส่งผลต่อความหลากหลายของชีส ทำให้ชีสแต่ละประเภทมีรสชาติ เนื้อสัมผัส และลักษณะเฉพาะตัว เป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชอบ ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือใช้ในการปรุงอาหารหลากหลายชนิด

ชีสดีต่อสุขภาพหรือไม่?

ความดีต่อสุขภาพของชีส ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของชีส ปริมาณที่บริโภค และความต้องการทางโภชนาการของแต่ละบุคคล ชีสอาจเป็นแหล่งของสารอาหารที่ดี เช่น แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส และวิตามิน A และ B12 อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะชีสบางชนิดมีไขมันอิ่มตัว และโซเดียมสูง หากคุณมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ชีสทำให้อ้วนได้หรือไม่?

การรับประทานชีสในปริมาณมาก อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากชีสมีพลังงานและไขมันสูง เช่นเดียวกับอาหารอื่น ๆ การบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเป็นกุญแจสำคัญของการรับประทานอาหารที่สมดุล

ชีสเหมาะสำหรับเด็กหรือไม่?

ใช่ ชีสสามารถเหมาะสำหรับเด็ก หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และยังให้สารอาหารที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก

ชีสแปรรูปคืออะไร?

ชีสแปรรูป คือ ชีสที่มีการเติมส่วนผสมอื่น ๆ เช่น สารแต่งกลิ่น สารทำให้เนื้อเนียน และเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติที่อร่อย และคุณสมบัติในการละลายเมื่อถูกความร้อน

ชีสธรรมชาติคืออะไร?

ชีสธรรมชาติได้มาจากก้อนชีสจริง ที่ผลิตด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม และไม่มีการเติมสารแต่งกลิ่นเทียม

ชีสเชดดาร์แต่ละชนิดของคุณแตกต่างกันอย่างไร?

ชีสเชดดาร์รสอ่อนละมุนของEmborg มีรสชาติครีมมี่แบบดั้งเดิม เนื้อสัมผัสเรียบและแน่น เหมาะสำหรับใช้ในการปรุงอาหาร 

การอบ หรือรับประทานกับขนมปังปิ้ง แซนด์วิช และเบอร์เกอร์

ชีสเชดดาร์บ่มนานของเรา มีรสชาติเข้มข้น และหวานเล็กน้อย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากผ่านการบ่มนานถึง 10 เดือน

ชีสเชดดาร์วินเทจของเรา ผ่านการบ่มนานถึง 16 เดือน จึงมีรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อมเต็มที่ และมีมิติมากขึ้น อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่แห้งกว่า และร่วนกว่า

ทั้งชีสเชดดาร์บ่มนาน และ ชีสเชดดาร์วินเทจของEmborg สามารถรับประทานเปล่า ๆ ได้อย่างอร่อย เช่น เสิร์ฟคู่กับถั่วและแครกเกอร์ หรือใส่ในสลัดเพื่อเพิ่มรสชาติให้สลัดมีมิติยิ่งขึ้นได้

ทำไมถึงมีสารสีขาวบนพื้นผิวของชีสก้อนเชดดาร์ของEmborg? ปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่?

สารสีขาวที่คุณอาจเห็นบนผิวของชีสก้อนเชดดาร์ คือ แคลเซียมแลคเตต ซึ่งเป็นการสะสมของแคลเซียมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในชีสบ่มเก่า ซึ่งปลอดภัยสำหรับการรับประทานอย่างแน่นอน และยังเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ชีสนั้นผ่านการบ่มอย่างดี และมีรสชาติเข้มข้น

Emborg Shredded Cheese ทำมาจากอะไร?

ชีสขูดของ Emborg ผลิตจากชีสก้อนธรรมชาติ และพร้อมใช้งานสำหรับทั้งการปรุงอาหาร และการอบ โดยมีคุณสมบัติในการละลายที่ยอดเยี่ยม

ชีสชนิดไหนที่แนะนำสำหรับพิซซ่า แซนด์วิชชีสย่าง ลาซานญ่า และเมนูอื่นๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่นของชีส?

เราขอแนะนำ Emborg Shredded Mozzarella อย่างยิ่ง เพราะมีรสชาติอ่อนนุ่ม และยืดได้อย่างน่าทึ่ง เหมาะสำหรับพิซซ่าและลาซานญ่า ที่ทำเองที่บ้าน หรือคุณสามารถลอง Emborg Pizza Topping ซึ่งเป็นชีสขูดที่มีราคาย่อมเยา สำหรับทำพิซซ่าและลาซานญ่าที่บ้าน
เพราะละลายได้อย่างดีเยี่ยม และให้เนื้อสัมผัสที่ยืดได้ทุกครั้ง

ชีสชนิดไหนที่แนะนำสำหรับพาสต้า?

เราเต็มใจแนะนำ Emborg Pasta Cheese ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่างชีสขูดโกด้า 50% และชีสขูดมาสดัม 50% การผสมชีสสองชนิดนี้ จะช่วยยกระดับรสชาติของพาสต้าที่คุณทำเอง ให้อร่อยยิ่งขึ้นแน่นอน

ครีมชีสคืออะไร?

ครีมชีส คือ ชีสสดเนื้อเนียนนุ่ม มีรสชาติเข้มข้น และกลมกล่อม พร้อมกลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ ที่น่ารับประทาน ครีมชีสมีความหลากหลายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการทาขนมปัง ใช้ในการปรุงอาหาร หรือการอบขนม

Emborg Cream Cheese ดีต่อสุขภาพหรือไม่?

Emborg Cream Cheese อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินบี และธาตุเหล็ก ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นในแต่ละวัน สำหรับทุกช่วงวัย อีกทั้งยังไม่มีไขมันทรานส์

Emborg American Cream Cheese และ European Cream Cheese ต่างกันอย่างไร?

Emborg European Cream Cheese ผลิตในยุโรป มีไขมันจากนม 26%

Emborg American Cream Cheese ผลิตในสหรัฐอเมริกา มีไขมันจากนม 33%

ทั้งสองชนิดสามารถใช้สำหรับทา ปรุงอาหาร และอบขนมได้เหมือนกัน ส่วนในแง่ของเนื้อสัมผัส

European Cream Cheese จะเนื้อนุ่มกว่า เหมาะสำหรับทาบนขนมปัง เบเกิล หรือแครกเกอร์

American Cream Cheese จะเนื้อแน่นกว่า เนื่องจากมีไขมันจากนมมากกว่า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ทำชีสเค้ก และของหวาน

 

ทำไมบางครั้ง Emborg Cream Cheese ถึงมีน้ำอยู่ด้านบน?

ของเหลวใสที่เห็นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ การแยกตัวของน้ำออกจากครีมชีสไม่เป็นอันตราย และไม่ส่งผลต่อรสชาติ
คุณสามารถกวนให้เข้ากันอีกครั้ง หรือเทน้ำออกก็ได้ตามต้องการ

ฉันจะตีครีมให้ออกมาฟูเนียนสมบูรณ์แบบได้อย่างไร?

ใช้เครื่องผสมแบบตั้งโต๊ะที่ติดตั้งหัวตีวิป (whisk attachment) แล้วเท Emborg Whipping Cream ลงในโถผสม หรือถ้าใช้เครื่องผสมมือ ให้ใช้หัวตีวิป 

หรือหัวตีที่เหมาะสมกับชามใบใหญ่ โปรดทราบว่าเวลาตีวิปอาจแตกต่างกันไป

ตีครีมด้วยความเร็วระดับกลาง-ต่ำ จนเกิดฟอง และมีฟองอากาศที่ผิวหน้า ประมาณ 2 นาที จากนั้นเพิ่มความเร็วเป็นระดับกลาง-สูง และตีจนครีมมีลักษณะฟู นุ่มเนียน ประมาณ 1 ถึง 2 นาที จนได้ยอดครีมตั้งตัวฟูนุ่ม คุณสามารถหยุดที่จุดนี้ หรือจะตีต่อเป็นช่วงละ 30 วินาที จนกว่าจะได้ยอดครีมตั้งตัวปานกลาง (medium peaks) หรือยอดครีมตั้งแข็ง (stiff peaks) 

ที่สำคัญคือต้องคอยระวังให้ดี เพราะความเหนียวของครีมจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ควรใช้ครีมแบบไหนสำหรับตีวิป การอบ หรือของหวาน?

เราแนะนำให้ใช้ Emborg Whipping Cream ซึ่งเป็นครีมจากนมที่มีไขมัน 35% ทำให้เหมาะสำหรับทั้งการตีวิป และการอบ

ถ้าคุณยังใหม่กับการทำวิปปิ้งครีมที่บ้าน เราแนะนำ Whip Topping ของเรา ซึ่งเป็นครีมที่มีความหวาน และสูตรพิเศษ ช่วยให้ตีวิปได้ง่ายและสมบูรณ์แบบ

ควรใช้ครีมแบบไหนสำหรับการปรุงอาหารทั่วไป?

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในการทำอาหาร เราแนะนำให้ใช้ Emborg Cooking Cream เพราะไม่จับตัวเป็นก้อน หรือละลายแยก เมื่อโดนความร้อนสูง 

ครีมชนิดนี้ยังมีไขมันต่ำกว่าวิปปิ้งครีม คือประมาณ 20% จึงเป็นทางเลือกที่เบากว่า

ควรใช้ครีมแบบไหนสำหรับทำพาสต้า?

เราแนะนำให้ใช้ Emborg Perfect Pasta ตามชื่อของมัน ครีมนี้ถูกพัฒนาเฉพาะสำหรับซอสพาสต้า มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความเนียนนุ่ม 

รสชาติอร่อย และให้ความฉ่ำวาวสวยงามแก่พาสต้าของคุณ

ความแตกต่างระหว่าง Emborg Butter, Emborg Spreadable และ Emborg Cook & Bake คืออะไร?

Emborg Butter ผลิตจากครีมสดที่ตีขึ้นใหม่จากยุโรป มีไขมันจากนมมากกว่า 80% เหมาะสำหรับทั้งเมนูหวานและคาว ใช้ทำซอส หรือทาบนขนมปัง

Emborg Spreadable คือ ส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างเนยแท้และน้ำมันพืช มีเนื้อสัมผัสนุ่มและครีมมี่มากกว่า เหมาะสำหรับทาบนขนมปัง หรือใช้ในงานอบขนม     

แม้เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็นแล้ว

Emborg Cook & Bake คือส่วนผสมของเนยแท้และน้ำมันพืช ที่ให้เนื้อครีมมี่ และนุ่มลื่น Emborg Cook & Bake เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทำเค้ก บิสกิต 

และพาย รวมทั้งดีเยี่ยมสำหรับการทอด และผัดอาหาร

Emborg Spreadable Butter ทำมาจากอะไร?

เนยสำหรับการทาของเรา ผลิตจากเนยแท้ และน้ำมันพืชที่คัดสรรอย่างดี เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพสูง และความง่ายในการทา

Emborg Spreadable สามารถใช้ทำอาหารได้ไหม?

ได้แน่นอน ทั้ง Emborg Unsalted Spreadable และ Emborg Salted Spreadable สามารถใช้ในการทำอาหารได้

Emborg Unsalted Spreadable จะเพิ่มรสชาติครีมมี่ และเข้มข้นให้กับสูตรอาหารของคุณ และช่วยให้คุณควบคุม และปรับรสชาติอาหารได้ตามต้องการ

Emborg U’GOs ทำมาจากอะไร?

Emborg U’GOs ทำมาจากนมสด และผลไม้แท้ โดยมีไขมันเพียง 0.1% เท่านั้น

Emborg Natural Yogurt ทำมาจากอะไร?

Emborg Natural Yogurt เป็นโยเกิร์ตเต็มมันเนยที่ทำจากนมสดจากยุโรป เป็นแหล่งรวมแคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย เนื้อเนียนนุ่มและครีมมี่ พร้อมรสชาติเปรี้ยวสดชื่น

ผักและผลเบอร์รี่ “แช่แข็งสด” หมายความว่าอย่างไร?

คำว่า “แช่แข็งสด” หมายถึงผักและผลเบอร์รี่ ที่ถูกแช่แข็งทันทีหลังจากการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาสีสัน เนื้อสัมผัส รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการให้ได้มากที่สุด ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพดีได้ตลอดทั้งปี 

สรุปได้ว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ซื้อ และรับประทานผักและผลเบอร์รี่แช่แข็งสดของเรา 

แม้ว่าเบอร์รี่และผักสดจะมีรสชาติ สีสัน และสารอาหารสูง แต่การขนส่ง การจัดเก็บนาน รวมถึงการปรุงอาหาร อาจทำให้คุณสมบัติเหล่านี้ลดลงอย่างมาก ดังนั้นควรรับประทานผักผลไม้สดทันทีหลังซื้อ 

หรือถ้าไม่สะดวกควรเลือกซื้อแบบแช่แข็งแทน เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติ สีสัน และเนื้อสัมผัสให้อยู่ครบถ้วนครับ

ทำไมควรซื้อผักและผลเบอร์รี่แช่แข็งสด?

  • ผลผลิตมีสีสัน เนื้อสัมผัส และรสชาติที่เข้มข้นกว่าผักสด ที่ผ่านการขนส่งมายังจุดขาย
  • รักษาระดับวิตามิน และสารอาหารสำคัญไว้ได้สูงสุด
  • ช่วยลดการสูญเสียอาหาร คุณสามารถเตรียมใช้เท่าที่ต้องการ และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็ง
  • ผักและผลไม้เหล่านี้ ได้รับการล้างและหั่นเรียบร้อยแล้ว พร้อมปรุง ทำให้ประหยัดเวลาในครัว
  • ไม่ต้องละลายน้ำแข็งก่อนปรุง และควรปรุงให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพ
  • สามารถใช้ได้ทุกส่วนของผัก และผลไม้ที่แช่แข็ง ต่างจากผักสดที่อาจต้องตัดทิ้งบางส่วน ที่เสียหรือไม่ใช้ได้ 

แหล่งที่มา: Ardo.com

ผักและผลเบอร์รี่แช่แข็งสด เต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อสุขภาพที่ดี มีข้อดีเหนือกว่าผักสดที่ขายตามร้านทั่วไป ตรงที่สามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้มากกว่า เพราะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว หลังการเก็บเกี่ยว 

ทำให้สีสัน เนื้อสัมผัส รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าผักสดในระยะยาว

ผักและผลเบอร์รี่แช่แข็งสดของ Emborg มีคุณภาพดีและสม่ำเสมอ การใช้ผักแช่แข็งเหล่านี้ ยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในครัว เพราะล้างและหั่นเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ปรุงสุก โดยไม่ต้องเตรียมขั้นตอนยุ่งยากเหมือนผักสด

ผักถูกทำลายหรือเสียคุณภาพจากการแช่แข็งสดหรือไม่?

การแช่แข็งเป็นกระบวนการอุตสาหกรรม ที่ลดอุณหภูมิภายในผักอย่างรวดเร็ว (ประมาณ 15-20 นาที ขึ้นอยู่กับชนิด) โดยไม่ทำลายโครงสร้างเซลล์
กระบวนการนี้แตกต่างจากการแช่แข็งที่บ้าน ซึ่งมักลดอุณหภูมิช้ากว่า (ประมาณ 24 ชั่วโมง) จนทำให้น้ำแข็งในเซลล์ผักกลายเป็นผลึกใหญ่ ทำให้ผักไม่กรอบหลังละลายน้ำแข็ง
การแช่แข็งแบบอุตสาหกรรมที่รวดเร็วมาก หรือที่เรียกว่า “แช่แข็งสด” จึงช่วยรักษาเนื้อสัมผัสเดิมของผักและผลไม้ไว้ได้

มีการเติมสีผสมอาหารเพื่อให้ผักและผลไม้มีสีสดสวยหรือไม่?

ผักและผลไม้จะถูกลวกก่อนบรรจุ เพื่อคงสีธรรมชาติให้ชัดเจนขึ้น เช่น สีเขียวเข้มของถั่วลันเตาหรือผักโขม ไม่ได้มาจากสีผสมอาหาร แต่เป็นสีธรรมชาติที่ปรากฏขึ้น หลังการลวก

มีการใส่วัตถุกันเสียในผักและผลไม้แช่แข็งหรือไม่?

ผักและผลไม้แช่แข็งสด ไม่ใส่วัตถุกันเสีย กระบวนการลวกผักและผลไม้ ช่วยทำลายเอนไซม์ที่เป็นอันตราย หยุดการเจริญเติบโตของผัก และ “แช่แข็ง” สภาพความสดไว้ ทำให้ไม่มีการเน่าเสีย จึงไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุกันเสีย

ต้องล้างผักแช่แข็งก่อนปรุงไหม?

ผักแช่แข็งของเรา ได้รับการล้างและทำความสะอาด ก่อนแช่แข็งแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องล้างก่อนปรุง
ถ้ามีข้อสงสัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมบนบรรจุภัณฑ์ของเรา

ควรปรุงผักและผลเบอร์รี่แช่แข็งสดนานแค่ไหน?

เพื่อรักษาวิตามิน แร่ธาตุ เนื้อสัมผัส และรสชาติของผักแช่แข็งสดให้ได้มากที่สุด ควรปรุงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการต้ม การนึ่ง หรือการผัด คุณสามารถดูคำแนะนำในการปรุงที่เหมาะสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ที่บรรจุภัณฑ์

เจอน้ำแข็งในถุงผักแช่แข็ง ถือว่าปกติไหม?

น้ำแข็งเล็กน้อยในถุงผักแช่แข็ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ

ทำไมถุงผักแช่แข็งถึงมีรูเล็กๆ อยู่?

รูเล็ก ๆ เหล่านี้จำเป็น เพื่อให้อากาศสามารถระบายออกจากถุงได้

ทำไมเห็ด Emborg ถึงมีสีแตกต่างกันบ้าง?

สีของเห็ดอาจแตกต่างกัน ระหว่างแต่ละล็อตสินค้า เนื่องจากวัตถุดิบคือเห็ดที่มีสีแตกต่างกันตามธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม สีที่แตกต่างจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพ หรือรสชาติของเห็ด

ผักออร์แกนิกแตกต่างจากผักทั่วไปอย่างไร?

การผลิตผักออร์แกนิกอยู่ภายใต้กฎระเบียบเฉพาะ เช่น:

  • มีการจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ย
  • ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ตั้งแต่ฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร
  • ต้องได้รับการรับรอง เช่น มีตราสัญลักษณ์ Organic ของสหภาพยุโรป (อ้างอิงจาก European Commission)

ประโยชน์ของทำฟาร์มออร์แกนิกคืออะไร?

ฟาร์มออร์แกนิก รวมถึงการรับประทานผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีประโยชน์ต่อทั้งสัตว์ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคุณเอง

เนื่องจากสวัสดิภาพสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญ การผลิตนมและเนื้อออร์แกนิกจึงมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เพื่อให้สัตว์ได้รับอาหารที่เหมาะสม และไม่ถูกขังในกรงที่แออัดหรือไร้คุณธรรม

อีกทั้งยังฟาร์มออร์แกนิก ไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย จึงช่วยลดมลภาวะในอากาศ น้ำ และดิน ส่งผลในการช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้ดีขึ้น

ยิ่งกว่านั้น อาหารออร์แกนิกไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ หรือสารเคมีเกินจำเป็น ไม่ก่อให้เกิดภาวะดื้อยา และโดยรวมแล้วดีต่อสุขภาพมากกว่า

สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับอาหารออร์แกนิกอีกอย่าง คือ คุณสามารถใช้แทนวัตถุดิบทั่วไปในสูตรอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องปรับสูตรเลย แล้วจะไม่เลือกได้ยังไงล่ะ?

ไม่พบสิ่งที่คุณกำลังมองหา?

ติดต่อเรา